คำถาม : การติดตั้งก๊าซ NGV กับแก๊ส LPG ในรถยนต์ การติดตั้งแก๊สในรถยนต์แบบใดมีความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากกว่ากัน
สมมติฐาน : การติดตั้งแก๊ส LPG มีความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากกว่าการติดตั้งก๊าซ NGV
ตรวจสอบสมมติฐาน :
- เปรียบเทียบราคาในการติดตั้ง การบำรุงรักษาหลังการติดตั้ง
- เปรียบเทียบความสะดวก ระยะเวลาที่ใช้ในการติดตั้ง
- เปรียบเทียบจำนวนรถยนต์ที่ติดตั้ง NGV และ LPG
- เปรียบเทียบความปลอดภัยในการใช้งาน
- เปรียบเทียบราคาเชื้อเพลิงของ NGV และ LPG ต่อกิโลกรัม
- เปรียบเทียบจำนวนปั้มพ์ผู้จำหน่ายเชื้อเพลิง NGV และ LPG ความสะดวกความสะบาย ระยะเวลาที่ใช้ในการเติมเชื้อเพลิง
- เปรียบเทียบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โดยการศึกษา Parameters ต่างๆ คือ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระยะทาง จำนวนเงินที่ใช้ในการเติมเชื้อเพลิง
ในสภาวะการณ์โลกปัจจุบัน ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์ทุกๆประเทศในโลกต่างก็ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตนเพื่อให้เจริญก้าวหน้า เพื่อให้ประเทศของตนมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจเพื่อให้แข่งขันกับประเทศอื่นๆได้เมื่อประเทศนั้นๆมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจแล้วก็ส่งผลให้ประเทศนั้นมีระบบเศรษฐกิจภายในประเทศทีเข้มแข็งมากขึ้น ก็จะเป็นผลดีต่อประชากรในประเทศของตนที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญมากทั้งในระบบเศรษฐกิจโลก และระบบเศรษฐกิจภายในประเทศคือ "พลังงาน" และพลังงานที่ใช้กันมากที่สุดของประชากรโลกก็คือ "น้ำมัน" เพราะพลังงานหรือน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญที่ใช้ในภาคการขนส่งทั้งในการขนส่งผู้คนหรือขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่สำคัญมากในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งการนำเข้าสินค้า ส่งออกสินค้าทั้งทางเครื่องบินพาณิชย์ เรือขนส่งพาณิชย์ หรือทั้งการขนส่งทางบก เช่น ทางถนน เป็นต้น ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ที่พลังงานหรือน้ำมันเกิดปรับราคาสูงขึ้นก็จะเกิดผลกระทบต่อภาคการขนส่งขึ้น แล้วก็จะเกิดผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง และการผลิตทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้ามีการปรับราคาสินค้าสูงขึ้นและผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มสุดท้ายคือ ผู้บริโภค ในกลุ่มผู้บริโภคมีทั้งคนรวย คนชั้นกลางและคนจน กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรวยนั้นก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบไม่มากนัก หรือไม่กระทบเลย เพราะกลุ่มคนรวยนั้นมีกำลังในการซ้อมากอยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบมากต่อกลุ่มคน็จะเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจของไทย เพราะว่ากลุ่มคนกลางและคนจนเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเมื่อพลังงานหรือน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ภาคการขนส่งผู้คนก็จะปรับราคาสูงขึ้นทั้งการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร การขนส่งผู้คนระหว่างจังหวัดที่มีผู้คนต้องจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม และที่ส่งผลกระทบมากที่สุด คือ ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ที่ปรับราคาสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้ผู้คนจับจ่ายน้อยลง ทำให้ระบบเศรษฐกิจชะงักตัว เพราะราคาสินค้าแพง ผู้คนไม่มีเงินหรือมีเงินไม่เพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอย
ราคาพลังงานหรือน้ำมันโลกนั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก หลายประเทศในโลกจึงเริ่มหันมาใช้พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะในไทยนั้นพลังงานทางเลือกที่เห็นเด่นชัดมากคือ ก๊าซ NGV และแก๊ส LPG ที่นำไปใช้ในภาคการขนส่ง เพราะราคาของก๊าซ NGV และแก๊ส LPG และมีราคาถูกกว่าน้ำมันมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อภาคการขนส่งที่สามารถลดต้นทุนไปได้มากก็จะส่งผลให้ราคาสินค้า หรือพลังงานที่เป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งนั้นมีราคาไม่แพงจึงสามารถทำให้ผู้คนทุกกลุ่มสามารถจับจ่ายใช้สอยสินค้าได้อย่างคล่องตัว ส่งผลทำให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศไปได้ ซึ่งในสภาวะปัจจุบันผู้คนในประเทศหันมาใช้พลังงานทางเลือกด้วยการติดตั้งก๊าซ NGV และแก๊ส LPG ในรถยนต์กันมากขึ้น ซึ่งในการติดตั้งนั้นต้องเลือกติดตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงเป็นที่มาของการศึกษาของกลุ่มที่จะนำเสนอโปรเจคนี้เพื่อเปรียนเทียบถึงข้อดี ข้อเสีย และความคุ้มค่าในการติดตั้งก๊าซ NGV และแก๊ส LPG ว่าการติดตั้งแบบใดจะมีความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากกว่ากัน และนำเสนอการติดตั้งแก๊ส LPG ในรถยนต์ที่ทางกลุ่มได้นำเสนอว่ามีความคุ้มค่ามากกว่าให้แก่ผู้ที่สนใจและผู้ที่กำลังคิดจะใช้พลังงานทางเลือกนี้ ซึ่งทางกลุ่มหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจโปรเจคนี้ไม่มากก็น้อย
ก๊าซแอลพีจี(Liquefied Petroleum Gas: LPG) หรือ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว คือ พลังงานธรรมชาติประเภทหนึ่งที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักกันในนาม "ก๊าซหุงต้ม" เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เบากว่าน้ำแต่หนักกว่าอากาศจึงลอยอยู่ในระดับต่ำ มีการสะสมและลุกไหม้ได้ง่าย ดังนั้น เมื่อมีการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ จึงมีข้อกำหนดให้เติมสารมีกลิ่น เพื่อเป็นการเตือนภัย หากเกิดการรั่วไหลขึ้น ในบ้านเราก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี ได้มาจากการกลั่นน้ำมันและบ่อก๊าซธรรมชาติ ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน(ปตท. ยังมีเหลือจัดส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วยนะ) ก๊าซหุงต้มมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาใช้แป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้ก็คือ เป็นก๊าซที่มีค่าอ็อกเทนสูงโดยธรรมชาติ มีสองสถานะคือ มีสภาพเป็นก๊าซและเป็นของเหลว ซึ่งก๊าซแอลพีจีจะถูกบรรจุเป็นของเหลวใส่ถังภายใต้แรงดันสูง (แต่ยังต่ำกว่า เอ็นจีวี) เพื่อให้ขนถ่ายง่าย เมื่อนำไปใช้งานจะกลายสภาพเป็นไอ นอกจากจะนิยมใช้แอลพีจีในครัวเรือนแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำก๊าซแอลพีจีมาใช้แทนน้ำมันเบนซิน ในรถยนต์ เนื่องจากราคาถูกกว่าและมีค่าออกเทนสูงถึง 105 ทำให้เมื่อนำมาใช้กับรถยนต์แล้ว มีประสิทธิภาพสูง สมรรถนะทัดเทียมกับรถที่ใช้ระบบน้ำมันเดิม จนผู้ขับขี่ไม่มีความรู้สึกแตกต่างระหว่างการใช้น้ำมันหรือก๊าซแอลพีจี
คุณสมบัติของก๊าซแอลพีจี
1. ก๊าซแอลพีจี อยู่ในรูปของเหลว และมีความดันต่ำ ถังก๊าซแอลพีจีมีความหนาผนังมากกว่าถังน้ำมันเบนซินมาก ทำให้โอกาสที่จะเกิดการระเบิด จากถังเนื่องจากการชนเป็นไปได้น้อย
2. ก๊าซแอลพีจี ไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างใด ทำให้การจุดระเบิดสะอาดหมดจด และยืดอายุการใช้งาน
3. ก๊าซแอลพีจี มีออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน จึงส่งผลให้การสตาร์ทและการทำงานของเครื่องยนต์มีความสมบูรณ์มากขึ้น
4. ราคาค่าแก๊สถูกกว่าน้ำมันเบนซินหรือดีเซล ทั้งปัจจุบันและอนาคต
5. ช่วยป้องกันปัญหาที่เรียกว่ารถกินน้ำมันเครื่อง เพราะการสึกหรอของชิ้นส่วน เมื่อใช้แก๊สมีน้อยกว่า
6. ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
7. เครื่องยนต์เดินได้ราบเรียบกว่าในรอบที่ต่ำกว่า ถ้าหากได้รับการติดตั้งอย่างถูกวิธี
ก๊าซเอ็นจีวี (Natural Gas for Vehicle: NGV) คือ ก๊าซธรรมชาติที่มี "มีเทน" เป็นส่วนประกอบหลักและถูกอัดจนมีความดันสูง ซึ่งในบางประเทศเรียกว่า "ก๊าซธรรมชาติอัด" (ซีเอ็นจี) ซึ่งถูกอัดที่แรงดัน 200 bar หรือ 3,000 psi และถูกกักเก็บไว้ในถังบรรจุก๊าซธรรมชาติอัดที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษให้สามารถรองรับแรงดันได้ โดยมีสภาพเป็นก๊าซหรือไอที่อุณหภูมิและความดันบรรยากาศ โดยมีค่าความถ่วงจำเพาะต่ำกว่าอากาศ จึงเบากว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะฟุ้งกระจายไปตามบรรยากาศอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีการสะสมลุกไหม้บนพื้นราบ
คุณสมบัติของก๊าซเอ็นจีวี
1. อุณหภูมิติดไฟของก๊าซเอ็นจีวีนั้น สูงกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ เป็นผลให้ลดความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้เมื่อก๊าซรั่วหรืออุบัติเหตุ
2. ก๊าซเอ็นจีวี ถูกจัดเก็บอยู่ในรูปไอ ซึ่งมีแรงดันสูง จึงทำให้ไม่มีอากาศเข้าไปผสม จึงไม่ก่อให้เกิดการผสมกันระหว่างก๊าซ จึงลดโอกาสในการติดไฟและระเบิดได้
3. ก๊าซเอ็นจีวี ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สะอาดหมดจด และไม่ก่อให้เกิดการสกปรกของน้ำมันเครื่อง จึงสามารถยืดอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องได้
4. ก๊าซเอ็นจีวี ไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างใด ทำให้การจุดระเบิดสะอาดหมดจด และยืดอายุการใช้งานได้ 5. ก๊าซเอ็นจีวี ไม่ส่งผลเสียต่อลูกสูบ และกระบอกสูบ ทำให้เกิดการหล่อลื่นที่มีประสิทธิภาพ จึงส่งผลให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น
6. ก๊าซเอ็นจีวี มีออกเทนสูงกว่าน้ำมันเบนซิน จึงส่งผลให้การสตาร์ทและการทำงานของเครื่องยนต์มีความสมบูรณ์มากขึ้น
7. ก๊าซเอ็นจีวี ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สะอาดหมดจด ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงช่วยลดมวลไอเสีย และส่งผลต่อการลดมลพิษในอากาศโดยตรง
8. มีสัดส่วนของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นและมีคุณสมบัติเป็นก๊าซ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และปริมาณไอเสีย ที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ มีปริมาณต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
9. เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงสามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
10. เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้ในประเทศ จึงมีราคาถูกกว่าน้ำมัน และสามารถประหยัดเงินตราต่างประเทศจากการลดการนำเข้าน้ำมันดิบ
11. เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดรั่วไหล ก๊าซเอ็นจีวีจะไม่สะสมอยู่บนพื้นดินจนเกิดการลุกไหม้เหมือนเชื้อเพลิงอื่นๆ และอุณหภูมิที่จะทำให้ก๊าซเอ็นจีวีสามารถลุกติดไฟในอากาศเองได้ก็ต้องสูงถึง 650 องศาเซลเซียส
.....จากการศึกษาของกลุ่มเกี่ยวกับข้อมูลการติดตั้งก๊าซ NGV และแก๊ส LPG ในรถยนต์ทางกลุ่มผู้ศึกษาขอนำเสนอข้อเปรียบเทียบระหว่างการติดตั้งก๊าซ NGV และแก๊ส LPG ในประเด็นต่างๆ ที่น่าจะสังเกตดังนี้
- ราคาค่าติดตั้ง ราคาติดตั้ง NGV จะค่อนข้างสูง ราคาอยู่ที่ 63,600 บาท ส่วน LPG นั้นราคาจะถูกกว่า คือ ระบบดูดอยู่ที่ 15,000-20,000 บาท ส่วนระบบหัวฉีดอยู่ที่ 30,000-38,000 บาท
- อุปกรณ์เสริมในการใช้งาน NGV และ LPG มีอุปกรณ์ที่มากพอๆกันไม่ต่างกัน
- ความต้องการกำลังเครื่องยนต์ การติดตั้ง LPG จะให้กำลังกับเครื่องยนต์มากกว่า NGV อัตราเร่งของรถที่ติด LPG จะมีอัตราเร่งดีกว่า
- ความเสื่อมของเครื่องยนต์ ติดตั้ง LPG จะมั่นใจกว่าเพราะ LPG มีผลการใช้งานในประเทศมากกว่า 30 ปี ส่วน NGV ยังใหม่ไม่มีข้อมูลของการใช้งานนานๆ
- จุดคุ้มทุนในการลงทุนการติดตั้ง ติดตั้ง LPG จะเร็วกว่า NGV
- มาตรฐานของศูนย์บริการ มาตรฐานของศูนย์บริการ NGV จะดีกว่า LPG เนื่องจากมีการควบคุม ตรวจสอบ และต้องได้รับอนุญาตและการรับรอง
- ด้านอุปกรณ์บำรุงรักษาหลังการใช้งาน สำหรับ LPG จะถูกกว่าและมีผู้ค้าจำนวนมาก
- การดูแลรักษาระยะยาว ต้องดูแลเหมือนกัน คือ ต้องหมั่นเช็คระบบความร้อน ระบบหล่อเย็น เช็ครั่ว การทำงานทั่วไปมากว่ารถเดิม 2 เท่า
- การดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อการติดตั้ง การติดตั้ง LPG จะดัดแปลงเครื่องยนต์น้อยกว่า NGV จะติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก
- คุณภาพของอุปกรณ์การติดตั้ง คุณภาพนั้นเหมือนกัน เพราะเป็นของใหม่นำเข้า ซึ่งได้รับมาตรฐานยุโรปอยู่แล้ว
- การดูแลและการควบคุมการติดตั้งและตรวจสอบจากรัฐ NGV จะถูกดูแลและควบคุมเข้มกว่า LPG
- จำนวนศูนย์ติดตั้งและบริการหลังการขาย LPG จะมีศูนย์มากกว่า NGV เนื่องจากศูนย์ NGV ต้องได้รับการรับรองจาก ปตท. และกรมการขนส่งจึงมีไม่มาก
- การได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและปตท. NGV จะได้รับการสนับสนุนมากกว่า LPG ไม่เพียงพอต่อความต้องการภาคครัวเรือนภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและยังต้องกันไว้ส่งออกเพื่อทำรายได้ให้ ปตท. ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกมหาศาล
- ด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟไหม้ จะเกิดได้พอๆกัน หากเกิดแก๊สรั่วออกมาปริมาณเท่าๆกันและอยู่ในกระโปรงหน้าและหากมีประกายไฟ
- อันตรายจากแรงดันในถัง กรณีระเบิดจากแรงอัด ก๊าซ NGV จะมีอันตรายกว่า คือหากเติม NGV เต็มถัง จะมีแรงดัน 3,000 psi แต่ถ้าเป็นแก๊ส LPG จะมีแรงดันเพียง 130 psi
- ระยะทางในการเดินทางต่อแก๊ส 1 ถัง ถ้าติดแก๊ส LPG จะไปได้ไกลกว่าก๊าซ NGV มากเพราะถัง LPG จุได้ถึง 85 ลิตร แต่ในขณะที่ถัง NGV จุได้ไม่เกิน 25 กิโลกรัม
- จำนวนสถานีบริการหรือปั้มแก๊ส
จำนวนสถานีบริการก๊าซ NGV ที่เปิดบริการแล้วจำนวนทั้งหมด 238 แห่ง (ข้อมูลจกก http://pttweb2.pttpcl.com/webngv/st_op.aspx พ.ศ. 2551)
จำนวนปั้มแก๊ส LPG มีจำนวน 512 แห่ง (บริษัทสยามแก๊สแอนด์ ปิโตเลียมเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน)มีจำนวนสถานีบริการสูงสุด 191 แห่ง)
ซึ่งจากข้อมูล จำนวนปั้มแก๊ส LPG จะมีมากกว่ามีแทบทุกๆเส้นทางและเกือบทุกหวัด ส่วนสถานีบริการ ก๊าซ NGV จะมีในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ๆบางจังหวัดเท่านั้นซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันรถที่ติดตั้ง NGV ต้องต่อคิวเติมแถวยาวมาก รอนาน เติมช้า และต้องแย่งกับรถเมย์ รถบรรทุก รถแท๊กซี ซึ่งรอ ปตท. ขยายสถานีบริการเพิ่ม - ราคาเชื้อเพลิง ณ ปัจจุบัน ราคาก๊าซ NGV 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนแก๊ส LPG อยู่ที่ประมาณ 11-12 บาทต่อลิตร (ข้อมูล ณ 10 สิงหาคม 2552) ซึ่งแนวโน้มราคา LPG จะสูงขึ้นอีก แต่ไม่มาก
.......ในสถาวะการโลกปัจจุบันแนวโน้มราคาน้ำมันนั้นมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ และแทบจะไม่มีโอกาสที่จะลดราคาลงมาจึงเกิดพลังงานทางเลือกขึ้น ซึ่งทางกลุ่มผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่าง NGV และ LPG อยู่ 18 ประเด็นข้างต้น ซึ่งจากข้อเปรียบเทียบระหว่างก๊าซ NGV กับแก๊ส LPG จะพบว่าแก๊ส LPG มีข้อดีกว่าก๊าส NGV อยู่ 10 ประเด็น ให้ผลที่เหมือนกันอยู่ 4 ประเด็น และมีเพียง 4 ประเด็นเท่านั้นที่บ่งบอกว่าก๊าซ NGV มีข้อดีกว่าแก๊ส LPG
.......ทางกลุ่มผู้ศึกษาจึงขอสรุปว่า การติดตั้งแก๊ส LPG จะมีความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากกว่าการติดตั้งก๊าซ NGV ในรถยนต์ ซึ่งทางกลุ่มผู้ศึกษาขอยกเหตุผลสนับสนุนเพิ่มที่สำคัญมากในแง่ของการใช้งานจริงอยู่ 5 ประเด็นหลักคือ
- ราคาในการติดตั้ง การติดตั้ง LPG นั้นจะถูกกว่า NGV มากคือ ราคาการติดตั้ง NGV จะแพงกว่า LPG ประมาณ 2 เท่า ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันก็ควรเลือกที่จะใช้เงินติดตั้ง LPG มากกว่า เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า
- ความจุถังและระยะทางที่วิ่งได้ LPG จะจุเชื้อเพลิงและได้ระยะทางที่วิ่งได้มากกว่า NGV คือ ถังมาตรฐาน 58 ลิตร ของ LPG สามารถวิ่งได้ถึง 200-400 กม. ขึ้นอยู่กับการขับ แต่ในขณะที่ถังมาตรฐาน 70 ลิตรของ NGV จะเติมได้เพียง 13 กก. สามารถวิ่งได้ไม่เกิน 200 กม. สำหรับเครื่อง 1600 ซีซี ซึ่งทำให้ต้องเติมก๊าซ NGV บ่อยทำให้สิ้นเปลืองเงิน และยังพบกับปัญหาที่สำคัญคือ หาปัมพ์เติมยากและต้องรอคิว และยังใช้เวลาเติมนานอีกด้วย
- จำนวนสถานีบริการหรือปัมพ์แก๊ส จำนวนปัมพ์แก๊ส LPG มีมากกว่าสถานีบริการ NGV อยู่มาก ซึ่งตัวเลขปัจจุบันจำนวนปัมพ์แก๊ส มีจำนวน 512 แห่ง ครอบคลุมเกือบทุกเส้นทาง ทุกจังหวัด ในขณะที่จำนวนสถานีบริการ NGV มีจำนวน 238 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. และในจังหวัดใหญ่บางจังหวัดเท่านั้น เมื่อดูในเรื่องของการใช้งานจริงแล้วรถที่ติด NGV จะลำบากมากเมื่อต้องเดินทางไกล ซึงส่วนใหญ่รถยนต์ต้องเดินทางไกลอยู่แล้ว จะเกิดปัญหาที่เติมก๊าซ NGV ไม่ได้ ซึ่งในข้อมูลปัจจุบันบอกว่ามีหลายจังหวัดที่ยังไม่มีสถานีบริการ NGV แม้แต่สักแห่งเดียว
- ราคาก๊าซ ถึงแม้ราคาก๊าซ NGV จะอยู่ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัม ส่วน LPG จะอยู่ที่ประมาณ 11-12 บาทต่อลิตร แต่ก็เป็นราคาที่เทียบกันคนละหน่วยคือ บาทต่อกก. กับ บาทต่อลิตร เมื่อวิเคราะห์เรื่องราคา ความจุถัง และระยะทางที่วิ่งได้แล้วรถที่ติด NGV จะต้องเติมบ่อยกว่ารถที่ติด LPG จึงน่าจะใช้เงินเติมเชื้อเพลิง NGV มากกว่า LPG และถึงแม้ว่าราคาของ LPG มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น แต่ก็จะเพิ่มขึันไม่มาก ซึกจากการคลาดการของนักวิเคราะห์ทางด้านพลังงานบอกว่าราคาน่าจะไม่เกิน 18 บาทต่อลิตร ซึ่งก็เป็นราคาที่ไม่แพงมาก สามารถยอมรับได้และยังถูกกว่าน้ำมันอยู่มาก
- ความปลอดภัย ข้อมูลที่สือพยายามบอกว่า NGV มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่าอากาศหากเกิดการรั่วไหลออกมาก๊าซจะลอยขึ้นสูงจึงทำให้ปลอดภัยกว่า แต่ทางกลุ่มผู้ศึกษามีข้อมูลอีกด้านว่า LPG มีความปลอดภัยกว่า NGV ในสภาพโดยรวมคือ จุดที่แก๊สมีโอกาสรั่วไหลและจะเกิดอันตรายมากที่สุดคือ ปัมพ์แก๊ส ถ้าก๊าซ LPG ถังแก๊สในปัมพ์ที่ฝังอยู่ยังคงมีความปลอดภัย เนื่องจากแก๊ส LPG มีน้ำหนักที่หนักกว่าอากาศแก๊สจะคงอยู่ในใต้ดินต่อไป ไม่ลอยฟุ้งขึ้นมา แต่ถ้าก๊าซ NGV รั่วไหลจะลอยขึ้นสูงกระจายขึ้นมาสู่ภายนอกทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย อีกด้านหนึ่งคือ อันตรายจากแรงดันจากถัง LPG จะปลอดภัยกว่า NGV เพราะว่าถังบรรจุแก๊ส LPG มีค่าแรงดันเพียง 100-130 psi แต่ในขณะที่ถังบรรจุก๊าซ NGV จะมีค่าแรงดันเพียง 2200-2800 psi หากเติมเต็มถังจะถึง 3000 psi ซึ่งหากถังก๊าซ NGV เกิดระเบิดขึ้นจะมีอนุภาคทำลายล้างมากกว่าถังแก๊ส LPG ระเบิดคือ อาจทำลายคนที่อยู่รอบข้างและคนที่อยู่ในรถถึงตายได้
สรุปได้ว่า การติดตั้งแก๊ส LPG จะมีความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคมากกว่าการติดตั้งก๊าซ NGV ในรถยนต์
โปรแกรมคำนวณหาจุดคุ้มทุนเมื่อท่านคิดจะติด LPG/NGV
http://gasthai.com/word/GAS-compare.xls
แผนที่ปัมพ์ NGV
แผนที่ปั๊มพ์ LPG
http://maps.google.com/maps/ms?ie=UTF8&msa=0&ll=14.487871,101.733398&spn=6.007174,12.041016&z=7&msid=101732501915414250657.00044e49970152b0a3e86